ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้เขียน หัวข้อ: พลังงาน  (อ่าน 177 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

crazyman

    Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 15 : Exp 32%
    HP: 0%


  • ออฟไลน์
  • สายตรวจหมู่บ้าน
    *

  • 358
  • คะแนนน้ำใจ
    +295
  • เพศ
    ชาย

    ชาย
พลังงาน


ขออภัย! คุณไม่สามารถเห็นลิ้งค์ที่โพสต์นี้ได้ กรุณาสมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ



พลังงานมีความสำคัญกับการดำรงชีวิตในปัจจุบันของเราเป็นอย่างยิ่ง พลังงานช่วยเรามากในการดำรงชีวิต

ในการขนส่งและเป็นพลังที่ทำให้เกิดการสื่อสารครอบคลุมทั้งโลก ด้วยจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้น การใช้พลังงานยิ่งเพิ่มขึ้นด้วยตามลำดับ เราคงต้องใช้ความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ สร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีอยู่เพื่ออนาคตและลดความต้องการด้านพลังงานที่กำลังจะหมดไป รวมถึงลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเราเอง

 

การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การเรียนรู้ที่จะใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นหนทางช่วยอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรของโลกและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ต่อไปในอนาคต  การสร้างเทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการใช้พลังงานให้ได้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากที่สุด จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้มากทางหนึ่ง ทุกๆ ประเทศเล็งเห็นความสำคัญในการลดการใช้พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้เจาะจงสำหรับส่วนรถยนต์ การขนส่ง โรงงานต่างๆ ด้านใดด้านหนึ่ง แต่ทุกส่วนที่มีการใช้พลังงาน ควรต้องตระหนักและควรปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แม้บางอย่างอาจต้องใช้การลงทุนมากขึ้น แต่จะให้ผลดีในอนาคต

การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้การออกแบบเครื่องยนต์ทำได้อย่างดีเยี่ยม การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ทนทานและการสร้างเครื่องยนต์ที่รวมเทคโนโลยีชั้นสูงไว้นั้น ช่วยให้เครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผลิตกำลังออกมาได้สูงสุดแม้จะมีปริมาตรความจุเครื่องยนต์น้อยก็ตาม รวมถึงการปลดปล่อยมลพิษออกมาสู่อากาศที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน


ขออภัย! คุณไม่สามารถเห็นลิ้งค์ที่โพสต์นี้ได้ กรุณาสมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ



ในอดีตจำได้ว่าเครื่องยนต์ระดับ 1,500-1,600 ซี.ซี. ผลิตแรงม้าได้ประมาณ 80-90 แรงม้า ถือว่ามากแล้ว มีรอบการใช้เครื่องยนต์ไม่สูงมากนัก แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเรื่องของวัสดุที่นำมาประกอบเครื่องยนต์ การออกแบบห้องเผาไหม้ การออกแบบช่องโพรงอากาศที่ฝาสูบ (Port) เรื่องของระบบควบคุมการทำงานหัวฉีดแบบอัจฉริยะ ระบบควบคุมวาล์วแปรผันที่เครื่องยนต์หลายยี่ห้อนำไปใช้แต่อาจใช้ชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป ระบบควบคุมความยาวท่อร่วมไอดีแปรผัน การใช้เทอร์โบให้เหมาะสมกับขนาดเครื่องยนต์และเทอร์โบแปรผันเป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านั้นเมื่อเอามาปรับปรุง พัฒนาหรือเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น ยิ่งทำให้เครื่องยนต์สมัยใหม่ 
มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ลดลง เครื่องยนต์สะอาดขึ้นและมีกำลังที่
เหมาะสม ยกตัวอย่างเครื่องยนต์ SkyActive ที่มีกำลังอัด 14:1 ซึ่งสูงมากสำหรับเครื่องยนต์เบนซินทั่วไป ซึ่งตามหลักแล้วกำลังอัดขนาดนี้ จะส่งผลให้เครื่องมีความร้อนสะสม หรือเกิดการน๊อคได้หากใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนที่ไม่เหมาะสม (ปกติน้ำมัน 95 ใช้อัตราส่วนไม่เกิน 12:1) แต่การใช้วิศวกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง ช่วยลดความร้อนในห้องเผาไหม้ได้ด้วยการฉีดน้ำมันเข้าที่ห้องเผาไหม้โดยตรง ด้วยแรงดันสูงและเป็นฝอยจากรูหัวฉีด ไม่เกิดการสูญเสียพลังงาน และยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์อีกด้วย ซึ่งนั่นหมายถึงการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้กว่า 15% ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและระบบจุดระเบิดที่สมบูรณ์แบบ เป็นต้น

เทคโนโลยีเครื่องยนต์ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการใช้พลังงาน แต่วิศวกรรถยนต์ ต้องคิดหาหนทางหลายๆ อย่าง ไม่ใช่แค่เพียงทำให้เครื่องยนต์ประหยัดเท่านั้น ส่วนประกอบของรถยนต์ ชิ้นส่วนต่างๆ เป็นส่วนสำคัญทั้งสิ้น การทำให้ตัวรถเบาขึ้นเป็นสิ่งที่ดีเพราะมีผลต่อภาระของเครื่องยนต์ส่งผลกับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง การทำให้เบาจะต้องแข็งแรงขึ้นด้วยซึ่งต้องใช้เทคโนโลยี

 

การออกแบบชั้นสูง และวัสดุที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยเช่นกัน

น้ำหนักของตัวรถ รูปทรงของตัวรถมีผลกับการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งสิ้น ดังนั้นหลักอากาศพลศาสตร์จึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงด้วยอย่างมาก การออกแบบรูปทรงของตัวรถทำให้การไหลลื่นของอากาศได้ดี มีจุดที่สร้างแรงต้านของลมน้อย ทำให้รถลู่ลมโดยเฉพาะเวลาวิ่งด้วยความเร็ว ซึ่งยิ่งวิ่งด้วยความเร็วการต้านทานของลมจะยิ่งสูง ซึ่งโดยปกติหากรถวิ่งด้วยความเร็ว 130 กม./ชม. จะมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น 20% เมื่อเทียบกับรถคันเดียวกันวิ่งที่ความเร็ว 70 กม./ชม. เนื่องจากต้องแบบน้ำหนักและขับเคลื่อนรถเพื่อเอาชนะแรงต้านของลม เป็นต้น

 

น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง

อย่างที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทรถยนต์และวิศวกรยานยนต์พยายามสรรหาเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการออกแบบผลิตเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพ น้ำหนักและรูปทรงของรถต้องมีน้ำหนักที่เบา ลู่ลม ซึ่งช่วยให้อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง ทำให้การใช้พลังงานโดยรวมลดลงด้วยเช่นกัน

ตัวของน้ำมันเชื้อเพลิงเองมีผลกับประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราเร่งรวมถึงระยะทางการใช้งาน ซึ่งบริษัทผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับผู้บริโภคในบ้านเรามีอยู่หลายยี่ห้อที่มีขายอยู่ในท้องตลาด มีน้ำมันให้เลือก

ใช้หลายเกรด ตั้งแต่น้ำมันพื้นฐานธรรมดาและน้ำมันเกรดพรีเมี่ยม ทั้งน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ซึ่งถ้าเป็นน้ำมันธรรมดาราคาน้ำมันจะเป็นมาตรฐานใกล้เคียงหรือเท่ากัน แต่สำหรับน้ำมันเกรดพรีเมี่ยม ราคาอาจบวกเพิ่มไปอีกลิตรละ 3 บาทเป็นต้น

น้ำมันธรรมดากับน้ำมันเกรดพรีเมี่ยม มีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน เนื่องจากราคาที่แพงขึ้นนั้นต้องเสียเป็นค่าเทคโนโลยีในการทดสอบทดลอง ทั้งในห้องแลปและการใช้งานจริงด้วยการผลิตสารแต่งเติมพิเศษ (Additives) เพิ่มเติมลงไปในน้ำมันเกรดพิเศษเหล่านี้ อาจมีเพิ่มมากกว่า 1 ชนิด หรือจากเดิมที่มีผสมอยู่น้อยเพิ่มเติมให้มีมากขึ้น

ขออภัย! คุณไม่สามารถเห็นลิ้งค์ที่โพสต์นี้ได้ กรุณาสมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


ตัวอย่างของเชลล์ วี-เพาเวอร์ ไนโตรพลัส ได้เพิ่มสาร Friction Modifier อีก 25% ซึ่งสารพวกนี้จะช่วยปกป้องผนังกระบอกสูบ ด้วยการลดแรงเสียดทานระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบ เคลือบผิวชิ้นส่วนเหล่านี้ไว้ และจุดสำคัญของเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยลดการสะสมของคราบตะกรันรอบๆ วาล์วไอดี หัวฉีดเชื้อเพลิง ช่วยให้วาล์วไอดีและ
หัวฉีดมีความสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ช่วยให้เครื่องยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้น หรือวิ่งได้ระยะทางมากขึ้น

จากการได้ลองใช้น้ำมันธรรมดากับน้ำมันเกรดพรีเมี่ยม  อยู่หลายถังทำให้เห็นถึงความแตกต่างด้านความประหยัดและระยะทางที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ใช้รถคงต้องลองใช้และทดสอบด้วยตัวเองทั้งเรื่องอัตราเร่ง กำลังเครื่องยนต์, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน, เชื้อเพลิง รวมถึงระยะทางที่วิ่งได้ ซึ่งประหยัดและวิ่งได้มากขึ้นประมาณ 9% ซึ่งคงต้องเทียบกับราคาน้ำมันที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วเครื่องยนต์เดินเรียบขึ้น และมีผลดีกับเครื่องยนต์ในระยะยาว  ผลที่ได้นี้เป็นการใช้งานส่วนตัว ซึ่งจริงๆ แล้วยังขึ้นอยู่อีกหลายปัจจัย ทั้งปั้มน้ำมันที่เติม พฤติกรรมการขับที่แตกต่างกันของแต่ละคน  แต่ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันพรีเมี่ยมยี่ห้อไหน ให้ผลลัพธ์ดีกับเครื่องยนต์อย่างแน่นอน



   
 

autoworldthailand.com

 

ลิ้งค์หัวข้อ: บ้านหรรษา ดอทคอม/topic/6141

LikePost โดย 0 สมาชิก :